คาปิบาร่ากลับบ้าน❷

posted on 08 Apr 2015 23:30 by ladysleepy
 
วันนี้.. มันโคตรจะดีเลยค่ะ!

ฉันตื่นแต่เช้าเพื่อสระผม ไดร์ให้เรียบร้อย
แต่พอแต่งตัวเสร็จแล้วก็เห็นว่าเพื่อนๆยังไม่ยอมตื่น
ฉันไม่รู้ว่าเค้าหลับกันกี่โมง ก็เลยเขียนโน๊ตแปะไว้ ว่าจะกลับมาให้ทัน 10 โมง
ขอไปเดินเล่นตอนเช้าซะหน่อย วันนี้ท้องฟ้าสดใสมากก แดดจ้าแต่ลมก็ยังเย็นอยู่ดี

ฉันเดินออกมากนอกโรงแรมและลังเลว่าควรจะไปทางไหน แต่สุดท้ายก็เดินมันมั่วนั้นแหละ
เดินไปย่านชินเซไกเมื่อคืนอีกครั้งแต่ไกลขึ้นจากเดิมมาก
เห็นทุกอย่างตอนเช้าก็คนละบรรยากาศกับตอนกลางคืน
ร้านส่วนใหญ่ที่ยังไม่เปิดเหมือนกับในเรื่องสปิริตอะเวย์เลยน้า
นาทีนั้น..ถึงฉันจะหลุดเข้าไปในสปิริตอะเวย์จริงๆก็จะไม่กังวลอะไรเลยซักนิดค่ะ



ฉันคงเป็นคนบ้าที่เดินยิ้มไปคนเดียวเพราะฟินกับบรรยากาศแน่ๆ
เห็นเจ้าของพาหมามาเดินเล่นตอนเช้า หมาเบ่งอึยังแอบลุ้นไปด้วยเลยค่ะ
คือดูแล้วมันแก่มาก พอๆกับคนที่จูงนั้นแหละ ='=

ฉันเดินไปเรื่อยๆ ผ่านสถานี JR shinimamiya ผ่านทางรถไฟและเจอต้นบ๊วย
ไม่ใช่ต้นใหญ่ แต่ดอกก็บานสะพรั่งเต็มกิ่งไปหมดเลย
พอเห็นดังนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายอย่างไม่รีรอ ระหว่างที่ถ่ายไปอยู่นั้น
จู่ๆคุณลุงก็เดินมาพร้อมกับโบกไม้โบกมือ ฉันก็เฮ้ย ตายแล้วไม่ให้ถ่ายรึเปล่านะ?
สุดท้ายลุงก็มาใกล้ๆแล้วก็บอกว่า เนี้ยย "โน ซากุระ เป็นดอกบ๊วย อุเมะ อุเมะ"
ฉันก็ยิ้มๆแล้วบอกว่าทราบแล้วค่ะ แต่มันสวยมากเลย ชอบ
ภาษาญี่ปุ่นเบสิคผสมอังกฤษแบบอนุบาลของฉันสามารถสื่อสารกับลุงรู้เรื่องจ้า
(ปรบมือในใจ)

คุณลุงก็พยักหน้า แกน่ารักมาก บอกฉันให้รอดูซากุระนะ
คุณลุงขา..ถ้าทำได้ หนูจะทำตอนนั้น จะอยู่ต่อจนกว่าซากุระจะบาน
แต่พอดูตั๋วกลับกับอากาศช่วงนั้นก็คงต้องวกกลับมาสู่โลกจริงที่แสนปวดใจ
ยังหนาวอยู่เลยค่ะ ไม่อุ่นเลยซักนิดแบบนี้ คงมีแต่ดอกบ๊วยเท่านั้นที่ทำให้ฟินได้



ฉันบอกลาคุณลุงแล้วก็เดินต่อ เดินไปถึงสวนสัตว์เทนโนจิ
ตอนนั้นอยากเข้าสวนสัตว์มากๆเลย บางทีอาจจะเจอฝูงคาปิบาร่าในนั้นก็ได้นะ
แถมยังเป็นวันครบรอบ 100 ปีสวนสัตว์เทนโนจิอีกด้วยล่ะ
แต่พอดูเวลาก็คงต้องตัดใจอีก ใกล้เวลาที่นัดเพื่อนไว้แล้ว
ฉันเลยเดินไปซื้อข้าวที่ Law son มื้อนั้นหมดไป 160 กว่าบาท ทั้งข้าวและขนม
เดินต๊อกแต๊กกลับที่พัก ปรากฏว่าเพื่อนยังแต่งตัวไม่เสร็จเลย
ฉันนั่งกินข้าวรอไปเรื่อยๆ  พอเสร็จเรียบร้อยก็พากันเดิน...ไปดองกี้(อีกแล้ว)
ระหว่างทางอยู่ๆลมหนาวก็แปลงร่างเป็นหิมะเม็ดเล็กๆลอยฟุ้งตกลงมาเต็มไปหมด
ตอนนั้นกรี๊ดในใจอีกครั้ง..มันเป็นหิมะครั้งแรกของฉันค่ะ
รู้สึกตื่นเต้นมาก และถ่ายรูปก็ไม่เห็นด้วยล่ะ เพราะมันเล็กมาก
แล้วก็ไม่ได้ตกเยอะขนาดนั้นด้วย


เราเดินกันต่อ ใช้ดองกี้เป็นข้ออ้างเพื่อหลบหิมะ(อันบางเบา)
เพื่อนของฉันเป็นนักช็อป แม้จะบอกว่าแวะเพื่อซื้อข้าวแป๊ปเดียวก็เถอะ
รู้ตัวอีกทีมันก็ปาไปสามชั่วโมงแล้ว ฉันเริ่มคิดถึงโปรแกรมที่วางไว้
สวนดอกบ๊วยข้างปราสาทโอซาก้า..และพระอาทิตย์ที่อาจจะตกเร็ว
เริ่มกังวลนิดหน่อย..แต่สุดท้ายก็สามารถไปได้ทันเวลา
เพื่อนฉันเดินเอื่อยๆ ฉันคิดว่าเค้าไม่ชอบเที่ยวแบบฉันเท่าไหร่นะ
ฉันเองก็ไม่ชอบเที่ยวแบบเค้าด้วย(ที่เข้าห้างบ่อยๆ)..
สงสัยนี่คงจะเป็นทริปแรกและสุดท้ายที่ไปด้วยกันแหงเลย




ฉันใช้เวลาเดินที่นั้นถึง 2 ชั่วโมงเลยล่ะ
บรรยากาศมันดี๊ดี แต่อากาศหนาวยะเยือก สั่นไปถึงข้างใน
ฉันคิดว่าเพราะติดน้ำ อากาศเลยโหดกว่าเดิมสองเท่า
ดอกซากุระที่นี่ยังตูมอยู่เลย ถ้ามาตอนบานสะพรั่งต้องสวยจนตะลึงแน่ๆ
ขนาดดอกบ๊วยก็ทำฉันยิ้มแล้วยิ้มอีกได้ขนาดนี้แน่ะ

เราเดินออกมาจากสวนเพื่อไปที่ย่านนัมบะต่อ
พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า..ถ้าฉันมาคนเดียวคงจะยืนดูต่อแหงๆ
แต่สุดท้ายเราก็รีบมาจนถึงนัมบะ เดินเล่น ตามหาของกินท่ามกลางอากาศหนาว
จากนั้นฉันก็เดินเลียบคลองโดทงบุริเพื่อไปรอเพื่อน ให้ตายเถอะ
มันหนาวจนมือชาไปหมดแล้ว..

สุดท้ายเพื่อนก็มา มาพร้อมสตรอเบอร์รี่ที่เป็นของฝาก
เราถ่ายรูปกัน และแยกเดินออกมาสองคนเหมือนคู่เดท ว๊าว =w=
แบงค์เป็นเพื่อนสมัยมหาลัยที่ตอนเรียนก็ไม่ได้สนิทกันมาก
แต่พอรู้ว่าฉันจะมาโอซาก้า ก็ยังอุตส่าห์แวะมาหา
แถมมีเวลาอยู่คุยกันแค่ 20 นาทีก่อนจะรีบไปอีกตั้งหาก
นาทีนั้นรู้สึกซาบซึ้งใจในตัวเพื่อนมากเลย
แล้วก็..รู้สึกแย่ด้วยที่ไม่มีอะไรติดมือมาให้เพื่อนซักชิ้น



พอแบงค์กลับไป ฉันกับเพื่อนก็ไปกินราเมนกัน ตอนแรกจะกินปูแต่ปูหมดค่ะ เศร้า
ครั้งแรกกับราเมนมังกร (Kinryu Ramen) มันอร่อยมาก
และมากเป็นพิเศษเมื่ออยู่ในอากาศแบบนั้นค่ะ
ผู้หญิง 3 คนกินไป 4 ชาม จากนั้นก็ต่อด้วยทาโกะทายากิอีก 2 เซ็ท
กินที่ร้านคนขายหล่อๆคิวๆยาวๆน่าจะชื่อร้านทาโกะฮาจิมั้งคะ
โอ้โห..ตอนนั้นรู้สึกเลยว่าตัวจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

พอกินเสร็จก็เดินเล่นเดินช็อปกันซักพัก ปรากฏว่าดึกมากแล้วค่ะ
เราเดินทางกลับไปสถานีเพื่อกลับโรงแรมก่อนที่รถไฟจะหมด
พอถึงโรงแรมฉันก็เล็งไปที่ออนเซ็นชั้นล่าง..หึ หึ หึ
มาทั้งทีมันต้องแช่ออนเซ็นนะคะ อย่าถามเรื่องความอาย
ถามเพื่อนก็ไม่มีใครมาด้วยเลยต้องมาคนเดียว



นี่เลือกลงไปแช่ตอนผู้คนบางตาที่สุดค่ะ ตี1 คือเวลาตอนนั้น
ปรากฏว่า เปิดประตูห้องพักมาปั๊ป เจอห้องตรงกันข้ามใส่ยูกาตะออกมาพอดี
เราก็เดินลงลิฟท์ไปพร้อมกัน เธอคนนั้นเดินนำหน้าและเปิดประตูเข้าห้องออนเซ็นไป
ฉันก็...ฮื้อออ ใจเต้นตึกตึก เธอจ๋า ฉันขอนุญาติแก้ผ้าให้เธอดูนะ (คิดในใจ)

พอเข้าไปปุ๊ป ก็จะมีช่องให้ใส่ของ พวกเสื้อผ้าไรงี้
ฉันน่ะมีแค่ยูกาตะและชุดชั้นใน แต่เธอคนนั้น พอวางของเสร็จก็ถอดหมดเลยจ้า
คาปิบาร่าไม่หันไปมองหรอกนะ ทำสีหน้าราบเรียบแต่ช็อคอยู่ในใจ
แกล้งจัดวางของตัวเองอยู่ซักพัก แล้วถามตัวเองว่าเอาจริงเหรอแก?
ถอดตอนนี้เลยจริงๆป๊ะ

แล้วก็นั้นแหละ อย่าคิดเลย 555

ถอดเลยจ้าา!

ถอดแล้วก้าวขาฉับๆไปสี่ก้าวเปิดประตูสู่ห้องออนเซนโซนเปียก
ฉันล้างตัวก่อนให้สะอาดหมดจด เหลือบมองด้วยหางตา เธอคนนั้นลงไปแช่แล้ว
ฉันเลยล้างตัวต่ออีกซักพักแล้วเดินฉับๆ ทำหน้าเหมือนมาแช่ทุกวันตรงไปที่บ่อ
ก้าวขาขวาจุ่มลงไปช้าๆ ระหว่างยกขาจะบรรยายภาพให้ดู 5555

ค่อยๆจุ่มลงไป...แล้วมันร้อนมากกก ร้อนแบบ...ตาย..ฉันต้องสุกแน่ๆแก
ไม่เป็นไรนะ ฮึ๊บไว้ ฮึ๊บ...ทำหน้าเหมือนแช่ทุกวันแล้วหย่อนขาลงไปจนสุด
นาทีนั้นความอายมีมากกว่า อย่ายืนต่อให้น้องสาวต้องโดนลมเย็นอีกเลย 555
อ่า..ในที่สุดก็ลงไปทั้งตัว ความร้อนจากที่ร้อนมากก็หลายเป็นร้อนน้อย
แช่ไปซักพักก็กลายเป็นอุ่นพอดี แช่ไปเกือบ 10 นาที

ฉันก็ลุกออกมาล้างตัว แล้วลงไปแช่ต่ออีกรอบ(ทำทุกอย่างตามเธอนั้นแหละ เนียนๆไป)
พอเสร็จสรรพก็ล้างตัวเป็นครั้งสุดท้าย ก้าวขาออกจากโซนเปียก
เปิดประตู(ล่อนจ้อน)เข้าสู่โซนแห้ง และเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ทั้ง 3 คนกำลังถอดเสื้อผ้า
อ่า...ความอายหมดสิ้นแล้วในวันนี้ค่ะ ฮ้าๆๆ

พอขึ้นมาที่ห้องส่องกระจกก็สุขใจ เพราะแก้มเราเป็นสีชมพูเหมือนคนญี่ปุ่นเลย
แช่ออนเซ็นนี่ดีจริงๆ จากนั้นก็ตบท้ายด้วยเหล้าบ๊วยอีก 1 กระป๋อง
เพราะเคยแต่อ่านในการตูนมานานว่าหลังแช่น้ำเสร็จเค้าก็จะขึ้นมาดื่มเบียร์แล้วทำหน้าฟิน
นาทีนั้นเลยฟินบ้าง แบบ..อ่าาาา ดีใจจัง นอนหลับฝันดีเลย
พรุ่งนี้จะตื่นแต่สายและเดินทางไปเกียวโตต่อค่ะ ^^

.
 
.

 

edit @ 26 Apr 2015 13:22:01 by • • L a d y * S l e e p y • •

Comment

Comment:

Tweet

ดีจังเลยน้า
ชอบตอนแช่ออนเซ็นนี่ล่ะ
ทุกอย่างเหมือนรอให้ไปสัมผัสแบบเจาะลึกหมดเลยน้า
ถ้าเพียงแต่มีเวลา...   คราวหน้าตั้งสิบสองวันแน่ะ เธอเก่งมากๆ ญี่ปุ่นอย่างเดียว ไม่ต้องสมาธิแตกซ่านไปต่อเกาหลี ขอให้ฟินมากๆนะจ๊ะ ฉันว่าจะเข้ามาอัพบล็อคตัวเอง... อ่านของเธอเพลิน... ของตัวเองยังไม่ได้เขียนเลยจ้ะ

#4 By in the mood for love on 2015-07-05 22:33

@winter-moonlight ขอบคุณมากๆที่เข้ามาอ่านเรื่องราวของเราบ่อยๆนะจ๊ะ แอบเห็นภาพเธอในFBด้วยล่ะ น่าสนุกมากเลย เราหวังว่าจะพาแม่ไปด้วยซักครั้งแต่คงต้องเก็บเงินให้ได้มากกว่านี้อีก 2 เท่าก่อนน่ะสิ TwT
แต่ถ้าพูดถึงออนเซนน่ะ จนถึงตอนนี้ก็ยังอยากแช่อยู่เลยน้าา เดี๋ยวเราจะเข้าไปคอมเม้นท์ในบล็อคเธอ!
แว่บมาเปิดบล็อกแล้วเห็นว่าเจ้าของบล็อกกลับมาอัพ เลยตามอ่านสองบล็อกล่าสุด :)
ไปญี่ปุ่นช่วงใกล้ๆกัน แต่เราไปกิวชู
และไปช่วงสงกรานต์ เพราะต้องไปกันทั้งบ้าน
:) อ่านแล้วยังได้อารมณ์อุ่นๆเหมือนเดิม
และเรื่องออนเซน พอแช่ไปครั้งนึงละพอใจกล้าแล้ว ทุกอย่างที่จินตนาการไว้ก่อนจะมลายหายไป ฮ่าๆๆ :)

#2 By winter-moonlight on 2015-05-19 00:06

คิดถึงจัง แช่ออนเซ็นนี่ฟินดีเนอะ open-mounthed smile Hot!

#1 By BPPBPP8 on 2015-04-30 18:25

• • L a d y * S l e e p y • • View my profile

Recommend