Loser

posted on 16 Sep 2015 01:41 by ladysleepy
ทำไมเสียใจขนาดนี้ก็ไม่รู้ เรื่องไม่ต่างจากเดิมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 13 ปีก่อนเลย
ความรู้สึกก็เหมือนเดิม ร้องไห้เยอะเหมือนวันนั้นเลยด้วย
ทำไมความจำดีจังนะ เกิดเป็นปมอดิปุสไปแล้วหรือยังไง
ทำไมจำเรื่องเศร้าตอนนั้นได้แม่นยำขนาดนี้ล่ะ
แล้วเมื่อไหร่จะเลิกเอาความรู้สึกเล็กๆที่แสนเปราะบางไปแขวนไว้กับเท้าคนอื่นซักที

ไม่ชอบที่ตัวเองอ่อนแอและเป็นภาระกับคนอื่นแบบนี้เลย
ถึงอย่างงั้นก็ไม่เก่งและมีเงินมากพอจะยืนได้ด้วยตัวเองซะด้วย
แย่จัง...
ไม่ชอบที่ต้องทำเรื่องฝืนความรู้สึกตัวเองเลยแฮะ
ยิ่งเดินไปตามทางที่เธอว่าดี..ฉันจะไม่สูญเสียตัวตนของตัวเองไปเรื่อยๆเหรอ
ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นจริง การตามมันกลับมาไม่ได้ง่ายแล้วนะ
บางอย่างที่เสียไปแล้ว ก็จะเสียไปแล้วตลอดกาล
เวลาไม่เยียวยาหรอก เชื่อเถอะ มันฝังใจไปแล้ว

แย่ชะมัดเลยใช่มั้ย
ถึงจะคิดว่าชีวิตก็แบบนี้ หรือว่าจะสถบคำว่าช่างแม่งร้อยครั้งต่อวันก็ตามที
มันไม่ได้ลดความหงุดหงิดในใจฉันลงไปเลย
สุดท้ายก็เป็นเมล็ดพันธุ์ที่เกิดผิดที่และหยั่งรากผิดทางไปแล้วจริงๆ
ร้องไห้ให้ตายก็ไม่ช่วยแต่ก็ยังจะร้องอยู่ได้ บ้าเอ้ย!
 
นี่มันเรื่องบ้าจริงๆ!!

SO SEOUL

posted on 30 Aug 2015 00:04 by ladysleepy directory Lifestyle, Travel, Diary

ในที่สุดก็จำไม่ได้จริงๆว่าไปไหนมาบ้าง

เพราะทิ้งไว้นานมากเกินไป ทุกอย่างเลยดูเลือนๆไปหมดเลย
แต่ฉันจำได้ว่าสิ่งที่ติดตามากในวันนั้นก็คือความชิคของถนน คาโรซูกิล
 

(รูปประกอบจากเนตนะจ๊ะ ของตัวเองรูปไม่สวยอ่ะ ขออนุญาติเจ้าของรูปมา ณ.ที่นี้)

หลังจากที่กินหมูย่างเสร็จ ก็พกเอากลิ่นหมูย่างติดตัวไปเที่ยวด้วย TwT
เป็นย่านสวยๆที่ลือกันว่าหากมาตอนต้นจิงโกะเป็นสีเหลืองจะสวยงามมว๊ากก
แต่ตอนที่ฉันไปมันไม่มีใบใดๆเหลืออยู่บนต้นแล้วล่ะ เป็นกิ่งไม้แห้งสวยๆ
ที่คงจะเห็นว่าสวยอยู่คนเดียวซะด้วย

คาโรซูกิลเป็นถนนเส้นยาว ตรง ที่กินเวลาเดินยาวนานมากค่ะ
เพราะร้านรวงข้างทางน่ารักน่าชมที่สุดในสามโลก
น่ารักจนอยากถ่ายดิสเพลย์ทุกร้านกลับมาแบบนั้นเลยค่ะ
แต่ราคาก็แพงมากเหมือนกัน ฉันเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้แบบแฮปปี้มาก
เดินอย่างเดียวนะคะ ป้ายราคาน่ะ อย่าไปพลิกดูให้มันปวดใจ


ตอนที่ไป ร้าน line friends เค้ามีอะไรไม่รู้ค่ะ คนเยอะม๊ากๆ
แต่ฉันไม่ได้เข้าไปเพราะไม่อินค่ะ เพื่อนๆน่ะไปซื้อกันเรียบร้อย ระหว่างที่รอเค้าก็เดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย
เจอน้องหมาลาบราดอร์ตัวใหญ่มากสีช็อคโกแลต ว่าง่ายสุดๆมากับเจ้าของ
ให้จับด้วย พอเจ้าของเข้าไปในร้าน เค้าก็นั่งรอหน้าร้านแบบเรียบร้อยดีมากๆค่ะ
แถมตานี่มองเจ้าของไม่ยอมห่างเลยอ่ะ อิจฉาสุดๆ


ระหว่างนั้นเจอคู่เกย์ด้วย ตอนแรกก็แค่คิดว่า เหมือนจังเลย แถมน่ารักด้วย

พอเดินมาใกล้ๆ ผชคนที่น่ารักๆก็ทำท่าจะผลักผชที่มาด้วยกันเข้าไปในร้าน อารมณ์เหมือนแกล้งเล่น
แต่ผลที่ได้กลับมาคือเค้าทำท่างอแงที่โดนแกล้ง อีกฝ่ายเลยจับมือแล้วทำท่าโอ๋ๆ ลูบหัวมาซบไหล่
เรานี่แบบ...เห้ยยยย มันดี!!~ 555  ใครบอกฟระว่าเกาหลีไม่เปิดเรื่องเกย์ นี่ขอค้างว่าไม่จริง
สาววายอย่างฉันยืนตาค้างด้วยความอิจฉาและใจปริ่มสุขอยู่หน้า line store ค่ะ

แล้วก็เดินชมวิวต่อ ไอ่ชมทิวทัศน์น่ะไม่เท่าไหร่ เดินชมผู้ชายสิดี๊ดียยยย์
โอ้โห.. นี่เขียนไปยังตื่นเต้นอยู่เลยค่ะ (ความเวอร์ขอให้บอก)
ไม่รู้ทำไม หนุ่มสาวแถวนี้หน้าตาดีม๊ากมาก สูงยาวและแต่งตัวดีมากๆ
มองไปมาจนตาลาย เดินงงๆไปเรื่อย ตรงไปหันขวาแทบจะกรีดร้อง

เจอขุมทรัพย์!
 



coffee smith ค่ะ! แต่ไม่ได้กรีดร้องเพราะร้านกาแฟหรอกนะ
กรีดร้องเพราะโต๊ะริมถนนที่เดินผ่านมันใกล้ฟุตบาทมาก
และโต๊ะนั้นก็มีชายหนุ่มขายาวๆแต่งตัวดีๆนั่งกินกาแฟกันเป็นกลุ่มอ่ะ คือหน้าตาดีเวอร์วังมาก
ไอ่ตอนนั้นเราก็เลิกสนใจทางข้างหน้าฉับพลันค่ะ
เดินวนไปวนมาอยู่หน้าร้านมันนั้นแหละค่ะ 555
ความบ้าผู้ชาย(แต่ไม่ยอมเสียเงิน)ของฉันสั่งให้ทำได้เท่านี้
ไอ่จะไปสั่งกาแฟนั่งส่องผช.นี่ก็ทำไม่ลงเพราะกาแฟแก้วละเกือบสองร้อยเลยนะคะ
น้ำตางี้ไหลพราก..กลับไปกินกาแฟฟรีที่เกสเฮ้าส์ดีกว่าเนอะ

พอตั้งสติได้ก็เดินผ่านไปชมร้านต่างๆต่อ เดินพอสนุกซักพัก พี่ที่ไปด้วยกันก็เสนอว่าจะเลี้ยงวาฟเฟิล
นาทีนั้นไม่รอแล้ว ตอบตกลงและก้าวเดินฉับๆ พุ่งตรงไปที่ร้าน BeansBins ที่ลือกันว่าวาฟเฟิลอร๊อยอร่อย
มันเป็นเรื่องจริงค่ะ! ยิ่งกินกับอเมริกาโน่ร้อนๆแล้วมันก็ฟินไปสามบ้านแปดบ้าน
ถึงคนจะเยอะมาก แต่รอนิดหน่อยก็ได้ที่นั่งติดกระจกพอดีสำหรับ 5 คน



พอกินเสร็จเราไปที่ไหนต่อไม่รู้ ไม่แน่ใจว่าไปวัดหรือว่าไป SMTOWN ก็จำไม่ได้
เดี๋ยวเล่าเรืองวัดก่อนแล้วกันค่ะ ทริปนี้ได้ไปวัดอยู่ 2 ที่
ที่ Jogyesa กับ Pongunsa ค่ะ จำได้ว่าไปที่วัดโชเกซาก่อน
เพราะตอนที่ไปถึงยังไม่มืดมาก เพื่อนที่ไปด้วยกันต้องการไปซื้อหินสีค่ะ
แล้วก็รวดไหว้พระด้วย เพิ่งเคยได้เข้าวัดเกาหลีเป็นครั้งแรก



สีสันด้านในสดใสมากค่ะ แถมแบ่งแยกเป็นโซนและสวยงามดี
ตรงที่ขายของเกี่ยวกับวัดและสิ่งมงคล ธูป เทียนและดอกไม้ก็จัดไว้สวยงาม
เหมือนเป็นร้านค้าร้านนึงเลย เป็นวัดที่อยู่ท่ามกลางเมืองมากๆเลยนะ
แต่ก็ไม่มีทั้งกำแพงหรืออะไรที่แสดงถึงอาณาเขตวัดเลย 
แบบ รู้ตัวอีกทีก็เดินเขาไปแล้ว ไหว้พระ จุดเทียนสวยๆ
เดินวนรอบเจดีย์หินตามคุณป้าแถวนั้นแล้วก็ไหว้ แต่คุณป้าเดินวนหลายรอบมาก...
ส่วนเราเดินรอบเดียวพอ เป็นที่ๆเพื่อนสอนการทำความสะอาดหินสีง่ายๆด้วย
เรียกว่าเอาหินมาผ่านควันธูปเพื่อชำระล้างสิ่งไม่ดีในหินและรับสิ่งดีๆเข้าไปอะไรอย่างงี้มากกว่า
ฉันก็มีอยู่หนึ่งอัน เส้นเล็กๆที่ได้จากญาติผู้ใหญ่ก่อนมาทริปนี้ ก็จัดการลงมือเองซะเลย
แน่นอนนะคะว่าไปไหว้พระที่ไหนก็ภาวนาขอให้ได้กลับมาเที่ยวที่นั้นอีกบ่อยๆเหมือนเดิม

แต่ที่พีคสุดคือไปวัดพงเอินซา ไปกันตอนค่ำมืดเพราะพี่ที่ไปคือบอกว่าศักดิ์สิทธิ์
พี่เค้าไปขอเรื่องงานทุกครั้งที่มาเกาหลี ไอ่เราก็ไปค่ะ ไปไหนไปกันอยู่แล้ว
ไปตอนกลางคืนมีโคมสีแดงเต็มไปหมดเลย สวยมากค่ะไม่เคยเที่ยววัดตอนกลางคืนมาก่อน
เดินไปเรื่อยๆ พี่ก็พาไปไหว้พระที่เป็นรูปปั้นใหญ่ๆ ใหญ่มาก เงียบมากเพราะดึกแล้ว
เป็นลานกว้างๆ สวยและน่าเกรงขามมาก เราเหลือตัวเล็กนิดเดียวเอง
พอไหว้เสร็จก็เดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ ไอ่เราก็ไม่นึกอะไรจนเดินมาเจอเจ้าแม่กวนอิมโดยบังเอิญ!



ต้องบอกก่อนเลยว่าตัวเองเป็นคนกินเนื้ออ่ะ ชอบกินม๊ากก
แล้ววันนึงก็คิดได้ว่า เอ้อ..ลดๆเนื้อลงบ้างดีมั้ยนะ ช่วงที่คิดได้ตอนนั้นคืออยู่กับแม่ค่ะ
แม่ซึ่งบูชาเจ้าแม่กวนอิมและนาจา เราก็ไม่คิดอะไรหรอกแต่แม่อยากให้เลิกหรือลดบ้าง
เราก็เออ...ลดก็ได้ ตอนนั้นไปไถ่โคกระบือมาด้วย เลยคิดว่าไม่กินได้ก็คงดี
ปรากฏว่าเลิกกินไปได้ 1 ปีเต็มๆ จากนั้นเพื่อนชวนไปกินโคขุน นางบอกจะเลี้ยง ที่ร้านมีหมูด้วยนะ
นี่เห็นแก่กินค่ะ..ไปกะเค้าดุ่มๆเลย เราได้ยินจากคนที่เลิกกินเนื้อว่าพอเลิกแล้วจะเหม็นกลิ่นเนื้อ
จะรู้เลยว่านี่คือเนื้อ จะไม่อยากกิน....แต่พระเจ้าช่วย..

ทุกอย่างไม่เกินขึ้นกับฉันเลยค่ะ!


ได้กลิ่นทีไรมันก็ยังห๊อมหอมเหมือนเคย นาทีนั้นบอกลาหมูและโซ๊ยเนื้ออย่างอร่อย
กระเพาะก็รู้งานด้วยนะคะ กินได้ปกติ ไม่มีอืด หรือรู้สึกผิดปกติใดๆทั้งนั้น
จากนั้นก็มีความผิดบาปเกิดขึ้นในใจค่ะ ถึงจะนานน๊านนกินที
แต่ก็จะรู้สึกผิดทุกครั้งเวลาเห็นเจ้าแม่กวนอิม ที่เราเคยบอกแกไว้ว่า 'หนูจะลดๆลงนะคะ'

ประเด็นคือออ!...
วันนี้กินเนื้อค่ะ กินที่ร้านหมูย่างเพราะพี่เค้าสั่งมาผิด

ในโต๊ะไม่มีใครกินเนื้อเลย..เราก็จัดสิคะ อย่าให้เสียของ
นั้นล่ะค่ะพอกินเนื้อเข้าไปทีไร ..ก็จะเจอเจ้าแม่อวนอิมตลอดเลยค่ะ T_T
เราเลยเดินไปไหว้และสารภาพบาปที่กินเนื้อวันนี้ รู้สึกผิดมาก..แต่มันอร่อยมากเลยนะคะ ='=
มันเป็นเรื่องบังเอิญรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่เราเจอเจ้าแม่กวนอิมที่เกาหลีที่นี่เป็นครั้งแรกของการกินเนื้อ
และอีก 2-3 วันถัดไปก็จะไปญี่ปุ่น มีความมุ่งมั่นจะไปกินเนื้อที่ญี่ปุ่นด้วย(เพราะไปถึงที่ทั้งทีนี่นาา)

วันนั้นที่ญี่ปุ่นเป็นตอนกลางคืนอีกเช่นกันค่ะ เราเดินเล่นที่ ศาลเจ้ายาซากะ(เกียวโต)
เดินวนไปวนมาด้วยความสุข เพื่อนๆเข้าร้านขายของที่ระลึก เราก็ไม่อยากช็อปมากค่ะ
เลยขอตัวเดินออกมาเที่ยวแถวนั้นคนเดียว แล้วก็คิดอยู่ในใจว่าพรุ่งนี้จะหาเนื้อที่ไหนกินดีน๊า
จากนั้นก็เห็นบันไดชันๆ ประมาณ 50 ขั้น อะไรดลใจก็ไม่รู้ค่ะ วิ่งหน้าตั้งไปขึ้นบันไดตอนสองทุ่ม
ด้วยความฮึก วิ่งๆลั่นล๊าเกือบสุดขอบบันไดสุดท้าย
พบที่ปรากฏคือ...ปิ๊งป่องงง!!

เจ้าแม่กวนอิมอีกแล้วจ้าาา



องค์ใหญ่ม๊ากกกก พนมมือไหว้ตรงนั้น แล้ววิ่งกลับลำมาแทบไม่ทัน

ญี่ปุ่นงวดนั้นเลยงดเนื้อของจริงค่ะ TwT วิ่งมาเล่าให้พี่ฟัง พวกนั้นหัวเราะฉันกันใหญ่
พอกลับมาถึงโรงแรมถึงได้เสริช์เจอว่าที่ๆไปน่ะ เป็นวัดที่อยู่ละแวกนั้น ชื่อ Ryozen Kannon 
เป็นที่ตั้งของรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่มากๆเลยเช่นกัน ตอนแรกนึกว่าหลอนไปคนเดียวซะอีกนะ



เอาล่ะ..กลับมาเกาหลีต่อค่ะ

จากวัดพงเอินชามันดึกมากแล้วเราเลยนั่งแท็กซี่กลับมาที่เกสเฮ้าส์ค่ะ
แต่โชคดีม๊ากมากที่ร้านไก่ทอดแถวนั้นยังไม่ปิด เลยไปกินมื้อดึกให้อิ่มท้องก่อนเข้านอน
ไก่ทอดกับเบียร์ที่เกาหลีเนี้ย..ไม่รู้จะบรรยายยังไงดีให้เข้าใจนะคะว่ามันอร่อยสุดคุ้มขนาดไหน
ขนาดที่ว่าแต่ก่อนนึกถึงเกาหลี ติ่งอย่างฉันก็จะนึกถึงอปป้าเปนอย่างแรก
ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วค่ะ พอพูดถึงเกาหลี สิ่งที่คิดถึงยังคงเป็นไก่ทอดและเบียร์ถูกๆที่อร่อยอย่าบอกใคร


อ่าาาา~ อยากกลับไปอีกจังเลยค่ะ!
 
 
.
 
.

ทดลองเป็นติ่ง EXO ครั้งแรก

posted on 28 Jun 2015 16:13 by ladysleepy directory Lifestyle, Travel, Diary

ฉันเป็น VIP และรู้จักเด็กๆ EXO แบบผิวเผินมากเลยค่ะ
แต่ก็มีโอกาสได้ทำอะไรแปลกใหม่ เช่นการซื้อของหน้าคอนครั้งแรกที่นี่
นั่นเป็นเพราะเพื่อนที่ไปเกาหลีด้วยกัน เธอคนนี้เป็นนักช็อปสินค้า SM โดยเแท้
เธอไปซื้อของตามที่ได้รับออเดอร์ ฉันไปช่วยด้วยเพราะอยากมีประสบการณ์
เผื่อคราวหน้ามาดูคอน Bigbang หรือ IKON จะได้ทำถูก 55

เราออกจากที่พักตอนเช้า จากสถานีชุงมูโร่ปลายทางอยู่ที่ Olympic Park ค่ะ
นั่งซับเวย์สายสีม่วง ลงสถานี Olympic Park ทางออกที่ 3
จำได้ว่าต้องไปถึงเช้ามากๆ ไปถึงเราก็ซื้อคิมบับกับกาแฟและนม
เอาเก็บไว้ในกระเป๋าเพื่อกินรอตอนต่อแถวซื้อของ

ที่นี่บรรยากาศดีค่ะ มีแต่ติ่ง เฮฮากันตามประสา แต่ละคนนี่แต่งตัวเฟี้ยวฟ้าว
เออ..แถมเราจะแยกออกได้(ยังไงก็ไม่รู้)นะ ว่าคนไหนคือติ่งเกาหลี
คนไหนคนญี่ปุ่น คนไหนคนจีน หรือเป็นความสามารถพิเศษส่วนตัวก็ไม่รู้แฮะ
แยกออกได้ทั้งที่เค้ายังไม่พูดให้ได้ยินเลยด้วย
หรือบางทีก็ดูได้จากคิ้วและการแต่งตัวค่ะ 555

วันนั้นโชคดีมาก ที่อากาศหนาวแต่ว่ามีแดดอุ่นๆช่วย
พอลงจากสถานะเดินเข้าไปที่งานก็เริ่มมีโปสเตอร์ให้เห็นเต็มไปหมด
ฉันน่ะ รู้จักน้องที่เล่นซีรีส์เรื่อง It's Okay, That's Love อยู่คนเดียว
ยืนชี้ๆแล้วก็ อ๊าา~ คังอูนี่นา ด้วยความตื่นเต้น
แฟนคลับแถวนั้นรู้คงมองด้วยหางตาแบบ..ยัยนี่มาผิดงานรึเปล่าจ๊ะ
ก็..เค้ารู้จักแค่คนเดียวจริงๆนะ ='=



จากนั้นก็ไปต่อแถวค่ะ รู้สึกว่าจะแยกออกเป็น 2 แถว แยกสำหรับของที่ต่างประเภทกัน
ฉันกับเพื่อนยืนต่อแถวซื้อแท่งไฟ ตอนที่ยืนต่อคิวจะได้รับโบรชัวร์มาให้ดู
เราอยากซื้ออันไหนก็วงกลมไว้เลยค่ะ เขียนเลยก็ได้ว่าจะเอากี่อัน
เพราะเราจะรู้ลิมิตตอนจ่ายตังอีกที เค้าจะบอกว่า อันไหนซื้อได้คนละกี่ชิ้น
เช่นแท่งไฟซื้อได้แค่คนละ 2 ชิ้นนะ ถ้าจะซื้อมากกว่านั้นต้องลงไปต่อแถวเพื่อซื้อใหม่
การต่อแถวนี่คือโคตรนานเลยนะคะ
วันนั้นต่อแถวเกือบสองชั่วโมงเพียงเพื่อจะซื้อของไม่กี่อย่างเอง
แต่มันก็ดีนะ ตรงที่ทุกคนที่ตั้งใจมาแต่เช้าก็ไม่ต้องกลัวว่าของจะหมด
ทุกคนจะได้ไม่รอเก้อและเสียเวลาไปเปล่าๆ

การซื้อของหน้าคอนไม่มีอะไรยากเลยค่ะ สิ่งที่ต้องมีคือเงินและความอดทน
ต่อคิวไปเถอะ นานมาก ใครที่จะไปแนะนำให้ไปแต่เช้า ควรมีอุปกรณ์กันลมหนาว
และมีแผ่นพลาสติกสำหรับรองนั่ง อย่าลืมแว่นกันแดดในวันที่แดดจัด
ไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนต่อแถว และในกระเป๋าต้องมีอาหารและน้ำ
(ฟังดูเริ่มลำบาก ='= ) เตรียมไว้เถอะค่ะ มันดีแน่ๆ
พอได้โบวชัวร์ก็เขียนเลยว่าจะเอาอันไหน กี่ชิ้น ของศิลปินคนไหน
ต่ีอแถวไปเรื่อยๆจะถึงโซนแคชเชียร์ ยื่นโบว์ชัวให้เค้า เค้าจะทวนรายการที่เราซื้อ
ให้จ่ายเงินและรับใบเสร็จเพื่อไปรับของอีกบูทนึง(ที่อยู่ใกล้ๆกัน)

แต่ละบูทก็จะแยกย่อยออกเป็นล็อคสำหรับรับของแต่ละประเภท
ยื่นสลิป รับของออกจากแถวก็เสร็จแล้วค่ะ ถ้าอยากได้อีกก็วนไปต่อแถวใหม่
ซื้อใหม่ได้เรื่อยๆจนกว่าของจะหมด หรือบูทจะปิดนู้นเลย

วันนั้นกว่าจะเสร็จก็ประมาณเกือบเที่ยงค่ะ
จากนั้นเราก็นั่งรถไฟไปที่
สถานี Express Bus Terminal
ตอนนั้นจำไม่ได้เลยว่าไปทำไมที่นั่น สงสัยฉันอยากได้รองเท้ามั้งคะ
หรือว่าเพื่อนอีกคนอยากซื้อเสื้อนี่แหละ

โอ้โหคุณขา..นี่มันสวรรค์นักช็อปโดยแท้ ของเยอะแยะและถูกม๊าก
ควรมาให้ได้ซักครั้งนะคะ ทั้งมือหนึ่ง มือสอง ราคาไม่แพงเลยจริงๆ
อยู่กันที่นี่นานเชียวแต่ก็ไม่ได้รองเท้าที่ชอบ (ที่นี่มีแต่คู่เล็กๆค่ะ)
มนุษย์ตีนโตผู้หญิงไซส์ 250 อย่างฉันเลยอดได้มาครอบครอง

พาช็อปจนขาลากดั่งใจแล้ว ก็ไปหามื้อเที่ยงกินกัน!
เรานัดเพื่อนอีก 2 คนที่กาโรสุกิลค่ะ ไปถึงแล้วแต่เพื่อนยังไม่มา
ก็เลยหาหมูย่างกินรอดีกว่า วันนั้นเพื่อนที่เป็นเซียนเกาหลีพาไปร้านที่ชื่อว่า

새마을 식당 (Saemaeul Sikdang)



โอ้โหวววว เพิ่งเคยกินหมูเกาหลีของแท้

อร่อยม๊ากกกอ่ะ คือดีงามมากก แถมมีพนักงานมาปิ้งให้ด้วย ชุ่มฉ่ำใจสุดๆค่ะ
ตอนที่เข้าไปก็มีถุงซิปล็อคให้ใส่เสื้อโค้ทกันกลิ่นเข้าไปด้วยนะ
มีผักแกล้มตัดเลี่ยน ทุกอย่างคืออร่อยกว่าที่กินในไทย 80% 555
แถมมื้อเนี้ย เพื่อนเลี้ยงด้วยยยย (กรีดร้อง) เพราะเราไปช่วยเพื่อนซื้อของ
เพื่อนเลยใจดีเลี้ยงข้าว เลี้ยงขนมวันนั้นทั้งวันเลยค่ะ!

เรื่องติ่ง EXO วันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวหลุดคอนเซป 555
เอนทรี่ต่อไปจะเขียนถึงกาโรสุกิลที่แห่งวัยรุ่นชิคๆที่เราไปได้แต่ช็อปไม่ได้ (เพราะแพง)
ที่ๆเราควรไปเพราะที่นี่หนุ่มสาวหน้าตาดี๊ดีย์~ ทำให้ใจฉันวิบวับค่ะ!
 

edit @ 28 Jun 2015 17:48:21 by • • L a d y * S l e e p y • •

• • L a d y * S l e e p y • • View my profile

Recommend